project-photo

องค์ประกอบของโครงการทางวิชาการ

สำหรับในวันนี้เราได้นำสาระความรู้เรื่อง ‘องค์ประกอบที่จำเป็นต้องมีในโครงการทางวิชาการ’ มาให้ผู้ที่กำลังสนใจเรื่องนี้ ได้ทำไปใช้และเรียนรู้ เมื่อคุณศึกษาจนมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว อย่าลืมว่าการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง คือวิธีเรียนรู้อันดีที่สุด ซึ่งวิธีเขียนโครงการวิชาการมีองค์ประกอบหลัก Read more

Academic-project

วิธีเขียนโครงการทางวิชาการ

โครงการ คือ กิจกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน, สร้างบริการทางวิชาชีพ โดยผู้ดำเนินโครงการเป็นผู้ตัดสินใจในสิ่งที่จะทำด้วยตัวเอง เป็นวิธีนำเทคโนโลยี, ความรู้ รวมทั้งประสบการณ์ มาผสมผสานพร้อมปฏิบัติงานด้วยตนเอง หรือดำเนินงานเป็นหมู่คณะ อันมีขั้นตอนเป็นระบบชัดเจน และผลลัพธ์สุดท้ายต้องนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง Read more

Total-project

โครงการมีกี่ประเภท

การจัดทำโครงการต่างๆ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ…

โครงการสร้างสิ่งประดิษฐ์สร้างผลิตผลผลิตใหม่ๆ

ศึกษาในเรื่องของทฤษฎีต่างๆ มาประยุกต์ นำหลักการที่เคยเรียนมาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์เพื่อใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ในชีวิตประจำวัน โดยสิ่งประดิษฐ์นี้ อาจเป็นสิ่งที่ผู้ดำเนินงานสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง หรืออาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจากของเดิมที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นก็ได้ Read more

place-education

โครงการพัฒนา คือ

โครงการ คือ ขั้นตอนวางแผนงานอย่างเป็นระบบ ดำเนินงานหลายกิจกรรม โดยต้องอาศัยอุปกรณ์, เงิน เพื่อดำเนินงาน เป้าหมายคือ เดินตามวัตถุประสงค์ซึ่งวางแผนไว้ เพราะฉะนั้นโครงการจึงเป็นส่วนสำคัญอีกข้อหนึ่งของขั้นตอนวางแผนงาน อันทำให้องค์กร, หน่วยงาน, สถานศึกษา บรรลุผลสำเร็จ
พัฒนา คือ ทำให้เกิดผลเจริญงอกงาม อันเป็นสิ่งยั่งยืนถาวร
สรุปแล้ว โครงการพัฒนา จึงหมายถึง ขั้นตอนวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน อันควบรวมด้วยกิจกรรมหลากหลาย เพื่อให้บุคคลหรือกลุ่มคน ปฏิบัติงานด้วยตัวเองตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ก่อให้เกิดความเจริญ ความยั่งยืนแก่ทั้งบุคคล ทางด้านร่างกาย, อารมณ์, สังคม หรือ สติปัญญา
โครงการพัฒนา เป็นการจัดกิจกรรมอย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนา ทั้งทางด้านร่างกาย, อารมณ์, สังคม และสติปัญญา โดยโครงการดีมีคุณภาพ ย่อมทำให้ประสิทธิภาพดำเนินงานในด้านต่างๆ รวมทั้งให้ผลตอบแทนหรือประโยชน์จะต้องคุ้มค่า ซึ่งโครงการพัฒนาที่ดี ต้องมีคุณสมบัติดังนี้…

• ตอบสนองความต้องการ รวมทั้งแก้ปัญหาขององค์การ, หน่วยงาน, สถานศึกษา ได้
• มีวัตถุประสงค์ชัดเจน เห็นภาพ พร้อมนำไปดำเนินงานและปฏิบัติตามได้
• รายละเอียดเนื้อหาต่างๆ จะต้องมีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน
• รายละเอียดเนื้อหาต่างๆ เข้าถึงง่าย อ่านแล้วเข้าใจทันที
• นำไปปฏิบัติได้จริง อันมีความสอดคล้องกับแผนงานหลักขององค์การ ตลอดจนสามารถติดตามและประเมินผลได้
• ต้องกำหนดขอบข่ายหรือหัวข้อต่างๆ จากข้อมูลเป็นจริง อีกทั้งยังเป็นข้อมูลซึ่งได้รับการวิเคราะห์อย่างเจาะลึก
• ต้องได้รับการสนับสนุนทางด้านทรัพยากรรวมทั้งบริหารอย่างเหมาะสม
• ต้องกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน พูดง่ายๆ คือ จำเป็นต้องระบุวันเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

ลักษณะของโครงการพัฒนาที่ดี

• มีความชัดเจน คือ สามารถตอบคำถามของผู้อ่านได้อย่างตรงจุด ทั้งในเรื่องของเนื้อหา รวมทั้งความชัดเจนของภาษา
• มีความเป็นไปได้ คือ ต้องมีความชัดเจน เมื่อดำเนินงานแล้วจะต้องเห็นแสงสว่างว่าจะประสบความสำเร็จ
• ประหยัด การที่จะไปสู่ความสำเร็จได้ คุณจะต้องพบเจอกับอุปสรรคนานาชนิด โดยเฉพาะ ‘ปัญหา’ โดยในแต่ละวิธีจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน, ระยะเวลา รวมทั้งทรัพยากรต่างๆ เพราะฉะนั้น จึงควรเลือกทางเลือกเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด, ต้องประหยัดเวลา, ทรัพยากรมากสุด ซึ่งต้องมาจากการขบคิดทั้งสิ้น
• มีประสิทธิภาพ ขั้นตอนดำเนินโครงการอันมีคุณสมบัติ ประหยัดเวลา, ทรัพยากร จนกระทั่งได้ผลลัพธ์ตาม ประสงค์ หรือได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ถือว่ามีประสิทธิภาพ
• มีความเชื่อมั่นในระดับดีเยี่ยม โครงการที่ดีต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเอง เล็งเห็นความเป็นไปได้ นอกจากนี้ถ้าหากมีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนผู้ดำเนินโครงการ ก็สามารถดำเนินงานได้ประสบผลสำเร็จได้ใกล้เคียงกัน
• ประเมินผลได้ ต้องสามารถประเมินผลได้ คิดวิเคราะห์แยกแยะว่ามีความแตกต่างกัน มาก – น้อยเพียงใด เมื่อนำมาเทียบกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ คือ ตัวบ่งบอกผลสัมฤทธิ์ได้ดีที่สุด
• ผลประโยชน์ เมื่อโครงการสำเร็จเสร็จสิ้น ผู้ดำเนินงานต้องบอกได้ว่า ใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ สามารถบอกกล่าวทั้งผลประโยชน์โดยตรง – ผลประโยชน์ทางอ้อมได้

Learning-Biosignals

ICT มหิดล จัดโครงการวิชาการสู่สังคม เรื่อง ‘Learning from Biosignals’

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2561 ทางคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล จัดโครงการสัมมนาเพื่อวิชาการสู่สังคม ภายใต้หัวข้อ ‘Learning from Biosignals’ โดยนำเสนอเนื้อหาของ ‘อาจารย์อัคร สุประทักษ์’ อาจารย์ประจำคณะฯ โดยท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน ‘Machine Learning’ ท่านได้มาให้ความรู้รวมทั้งแบ่งปันประสบการณ์ที่มีประโยชน์ อันเกี่ยวกับพื้นฐานของศาสตร์ ‘Machine Learning’ และ ‘Deep Learning’ ชี้ให้เห็นถึงแนวทางนำเทคนิคต่างๆ เพื่อไปวิเคราะห์คลื่นสัญญาณจากร่างกายคน หรือที่เรียกว่า Biosignals เพื่อดึงข้อมูลพื้นฐานของร่างกายจากคนไข้ เช่น ความเร็วในตอนก้าวย่าง , Sleep stages และ Sleep efficiency ซึ่งสามารถวัดได้ออกมาเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น ให้ผู้ทดลองสวมใส่อิเล็กทรอนิกส์ อย่าง Wearable devices สำหรับวิธีดังกล่าวนี้สามารถเพิ่มข้อสังเกต เพื่อนำไปใช้วินิจฉัยโรคของแพทย์ได้ดียิ่งขึ้น โดยมันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่แพทย์ เพื่อวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งยังตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย รวมถึงเวลาที่คนไข้ต้องเสียไปกับการเดินทาง เพื่อมารับการตรวจ ณ โรงพยาบาล สำหรับในครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมอบรมสัมมนา 16 คน แบ่งออกเป็นบุคลากรแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล 5 คน , นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล 8 คน รวมทั้งบุคคลทั่วไปจากหน่วยงานต่างๆ อีก 3 คน มีการจัดงานขึ้น ณ ห้อง IT 405 ชั้น 4 อาคารคณะ ICTมหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา

สัมมนาวิชาการ เรื่อง ‘Learning from Biosignals’ สอนอะไรบ้าง

Machine learning
คือ การทำให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ได้ด้วยตัวเองจากฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่ สามารถเปรียบเทียบให้คุณเห็นภาพอย่างชัดเจนว่า สมติคุณคือครูสอน และคอมพิวเตอร์เป็นนักเรียน ส่วนความรู้ก็คือข้อมูล ในสมัยก่อนถ้าคุณอยากสอนอะไรนักเรียน เพียงแค่กางหนังสือแล้วก็อธิบายเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่เด็กๆ โดยนักเรียนก็จะมีความเข้าใจในความรู้นั้นเป็นก้อนๆไป ทำให้ไม่อาจสร้างสรรค์อะไรได้มากนัก หากแต่ Machine learning ทำให้นักเรียนนำความรู้ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตัวเองมีอยู่ นำมาคิดวิเคราะห์ เชื่อมโยง พร้อมทั้งประมวลผลได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องรอให้คุณสอนอีกต่อไป

Deep Learning
Deep Learning คือส่วนหนึ่งของ Machine learning โดยเป็นการสร้างระดับชั้นของขั้นตอนเรียนรู้ ซึ่งระดับล่างสุด คือ ขั้นตอนเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน เป็นขั้นตอนแยกแยะองค์ประกอบต่าง เพื่อจัดหมวดหมู่ที่เป็นระเบียบ ยกตัวอย่างเช่นถ้าเป็น, สี รูปภาพ ก็จะทำการแยกแยะ , เส้น , จุด , รูปทรง ต่างๆ เป็นต้น ออกมาทีล่ะหน่วย โดยสิ่งเหล่านี้ถือเป็นพื้นฐานของภาพ หลังจากนั้นก็จะนำส่วนย่อยๆ เหล่านั้นมาประกอบเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อทำการจำแนกออกมาในลักษณะที่กว้างขึ้นเช่น ตา , จมูก , ปาก , ฟัน , หู , เส้นขน เป็นต้น หลังจากนั้นในขั้นตอนถัดไป จึงค่อยจำแนกว่าชิ้นส่วนนี้เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เป็นต้น ในปัจจุบันนี้การนำ Deep Learning มาใช้เพื่อทำงานร่วมกับข้อมูลที่เป็นค่าตัวเลขได้ยาก เช่น รูปภาพกับเสียง เป็นต้น

Organization-project

โครงการที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร

‘โครงการ’ คือ สิ่งที่มนุษย์จัดทำขึ้นมา เพื่อตอบสนองต่อความประสงค์เฉพาะด้าน รวมทั้งนำมาตอบสนองต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรให้ประสบผลสำเร็จ โดยโครงการแต่ละชิ้นงานล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตัวเอง ตามแต่หัวข้อที่ให้ความสนใจ อีกทั้งยังมีการกำหนดระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้ดำเนินงานจำเป็นต้องให้ความสำคัญ Read more

Project

โครงการทางวิชาการมีอะไรบ้าง

‘โครงการ’ มีความหมายในภาษาอังกฤษว่า ‘Project’ หมายถึง ขั้นตอนดำเนินกิจกรรมอันประกอบด้วยแผนงานย่อย ซึ่งระบุรายละเอียดออกมาอย่างชัดเจน เช่น เรื่องวัตถุประสงค์, ขอบข่ายดำเนินงาน, ระยะเวลาซึ่งต้องมีทั้งเริ่มต้นและจุดจบ, กำหนดงบประมาณ ตลอดจนสามารถประเมินผลลัพธ์ได้
สำหรับวิธีเลือกเขียนโครงการวิชาการขึ้นมาหนึ่งเรื่อง สิ่งจำเป็นที่คุณควรรู้ก่อนเลยนั่นก็คือ องค์ประกอบของโครงการทางวิชาการมีอะไรบ้าง ซึ่งสิ่งนี้คือสิ่งแรกสุดที่ทุกคนจำเป็นต้องรู้ว่าขั้นตอนเขียนโครงการวิชาการประกอบด้วยอะไรบ้าง เพื่อให้ชิ้นงานออกมามีความสมบูรณ์มากที่สุด

องค์ประกอบของโครงการทางวิชาการ
ส่วนนำ

ส่วนแรกเป็นส่วนบอกรายละเอียดอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลในเบื้องต้นของโครงการวิชาการอย่างละเอียด เช่น ชื่อโครงการ , ผู้ดำเนินงาน , ความเป็นมา, วัตถุประสงค์ เป็นต้น เพราะฉะนั้นส่วนนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง คือ จะต้องเขียนเพื่อให้ผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจกับตัวโครงการได้ก่อน เมื่อส่วนนี้นำเสนอได้อย่างน่าสนใจแล้วมันก็จะเป็นบันได ชักชวนให้ผู้อ่านเข้าไปศึกษาในส่วนของรายละเอียดเบื้องลึก มีข้อแนะนำ คือ ผู้เขียนจึงจำต้องใส่ใจ ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ภาษาต้องถูกต้อง , กระชับ , ได้ใจความ เพื่อที่จะนำคุณผู้อ่านมุ่งไปสู่ประเด็นสำคัญได้

เนื้อหา

แสดงรายละเอียด รวมทั้งสาระสำคัญเพื่อนำมาจัดทำโครงการนั้นๆ ทั้งในเรื่องของขั้นตอนรวมทั้งขั้นตอนดำเนินงานอย่างละเอียด เพราะฉะนั้นยิ่งขั้นตอนทำงานยิ่งมีความสลับซับซ้อนมากแค่ไหน ผู้เขียนก็จำเป็นต้องเรียงลำดับข้อมูล ก่อน-หลัง ผู้อ่านจะได้เกิดความเข้าใจ ไม่งง จนเลิกอ่านไป หรือใช้กลวิธีเขียนแบบแยกส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสน หลงทาง นอกจากนี้ถ้าเป็นโครงการระยะยาวก็ควรเขียนบอกช่วงเวลาทำงานของแต่ละขั้นตอนเอาไว้ด้วย เพื่อเจาะลึกรายละเอียด

ส่วนขยายความ

ในส่วนนี้เขียนขึ้นเพื่อบอกกล่าวเล่าเรื่ององค์ประกอบต่างๆ อันบ่งบอกรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย สำหรับกลุ่มคนเหล่านี้คือ กลุ่มคนที่ได้รับผลลัพธ์ต่างๆ จากการดำเนินของโครงการ นอกจากนี้ยังต้องกำหนดระยะเวลาอีกด้วย ถ้าเป็นโครงการระยะสั้น คุณก็จำเป็นต้องจัดแสดงตารางเวลาตอนดำเนินงาน , สถานที่ดำเนินงาน , งบประมาณ ด้วย และในส่วนของ ‘งบประมาณ’ ถ้ายิ่งคุณได้รับเงินมาจากหลายภาคส่วน ก็ยิ่งจำเป็นต้องแสดงรายจ่ายตามงบประมาณอย่างละเอียดมากที่สุด นอกจากนี้ยังต้องเขียนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับผลซึ่งคาดว่าจะได้รับที่ได้ระบุเอาไว้ด้วย
ถ้าเป็นโครงการที่เกี่ยวกับพนักงานเข้ารับอบรม คุณก็ต้องมีตารางเวลาแสดงรายละเอียดไว้อย่างชัดเจนอีกด้วย โดยส่วนขยายความนี้ก็มีความสำคัญแทบไม่แตกต่างไปจากส่วนนำสักเท่าไหร่ ซึ่งมันเป็นเนื้อหาขยายรายละเอียดต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจมากขึ้น ยิ่งมีการเขียนรายละเอียดไว้อย่างชัดเจนเท่าไหร่ ส่วนขยายความนี้ก็จะกลายมาเป็นตัวช่วยเสริมให้โครงการวิชาการมีคุณภาพมากกขึ้นไปอีก

NCCPE

โครงการเข้าร่วมประชุมวิชาการนานาชาติ (NCCPE) 2018

สหราชอาณาจักร เป็นประเทศอันดับต้นๆของโลก ที่มีความโดดเด่นเรื่องระบบบริหารจัดการรวมทั้งระบบขับเคลื่อนทำงานทางด้านวิชาการเพื่อสังคม ความเป็นมาของระบบนี้ต้องย้อนไปในปี 2007 ‘The Higher Education Funding Council for England’ ได้ประกาศรับสมัครสถาบันศึกษา เพื่อร่วมมือกันจัดตั้งศูนย์ประสานความร่วมมือจำนวน 6 แห่งและศูนย์ประสานงานกลางอีก 1 แห่ง เพื่อสร้างเป็นโครงการต้นแบบ มีระยะเวลาทั้งหมด 4 ปี เริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 2008 – 2011 โดยได้รับการสนับสนุนทุนจาก UK Higher Education Funding Councils, Research Councils UK และ The Wellcome Trust จากจุดเริ่มต้นนี้เอง ที่ต่อมาจึงทำให้เกิด National Co-ordinating Centre for Public Engagement ขึ้น โดยเป็นองค์กรขนาดกลาง ตั้งมาเพื่อส่งเสริม – สนับสนุนมหาวิทยาลัยในประเทศสหราชอาณาจักรผลักดันให้ทำงานเพื่อสังคมมากขึ้น โดยทำงานเพื่อเชื่อมกับศูนย์อีก 6 แห่ง ได้แก่…
• Newcastle and Durham
• Manchester
• CUE East (UEA)
• University College London
• Wales
• Edinburgh
ณ ปัจจุบันนี้ National Co-ordinating Centre for Public Engagement ตั้งอยู่ที่ Watershed ณ เมือง Bristol โดยเป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง The University of Bristol กับ University of the West of Englandมหาวิทยาลัยเหล่านี้ มีจุดประสงค์ คือ สร้างความเปลี่ยนแปลง ดำเนินกลยุทธ์ ตลอดจนสร้างคุณค่าให้แก่สังคมในศตวรรษที่ 21 โดยได้มีการกำหนดวัตถุประสงค์พร้อมกลยุทธ์ดำเนินงาน 3 ข้อ คือ
• สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร อันเกี่ยวข้องกับงานวิชาการเพื่อสังคม
• เพิ่มจุดมุ่งหมายของมหาวิทยาลัยด้านทำงานเพื่อสังคม
• กระตุ้นเครือข่ายให้มีผสมผสานงานเพื่อสังคมเข้าไปในพันธกิจของมหาวิทยาลัย
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาทาง National Co-ordinating Centre for Public Engagement ก็ได้ดำเนินงานและทำงานกิจกรรมร่วมกับ Beacon มาโดนตลอด ภายใต้หัวข้อ public engagement หลายข้อ เช่น ฝึกอบรมแนวคิดและทักษะในการทำงานเพื่อสังคม , บริการให้คำปรึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสังคม เป็นต้น
สำหรับทุกปีจะมีการจัดงานที่มีชื่อว่า The National Co-ordinating Centre for Public Engagement Annual Conference ขึ้น เพื่อเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งเริ่มตั้งแต่เนื้อหา, แนวปฏิบัติ ไปจนกระทั่งเป้าหมาย สำหรับในปี 2018 ทางสถาบันได้มีกำหนดจัดงานขึ้น วันที่ 29-30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ภายใต้งาน ‘Framingnew futures for public engagement’ เป็นการร่วมงานระหว่าง สถาบันคลังสมองของชาติ ร่วมกับ ‘Engagement Thailand’ ได้มีความเข้าใจในเรื่องบทบาทและความสำคัญของ การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม อีกทั้งยังมีรูปแบบบูรณาการแนวคิดรวมทั้งแนวปฏิบัติของงานเพื่อสังคมในขั้นตอนดำเนินงานของมหาวิทยาลัย จึงได้จัดงานประชุมนานาชาติ ‘2018 National Co-ordinating Center for Public Engagement’ วันที่ 24 พฤศจิกายน – วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ณ เมือง Edinburgh ประเทศสกอตแลนด์สหราชอาณาจักร อันมีจุดประสงค์หลัก คือ แลกเปลี่ยนความรู้, แลกประสบการณ์, สอนขั้นตอนปฏิบัติ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือทางด้านมหาวิทยาลัยเพื่อสังคมสืบต่อไป

Schoolproject

ความสำคัญของโครงการมีอะไรบ้าง

โครงการ คือ การดำเนินงานกิจกรรม ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือ ศึกษา, ค้นคว้า, สอบถาม อันเป็นขั้นตอนปฏิบัติด้วยตัวเอง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสามารถ, ความถนัด รวมทั้งความสนใจ ด้วยอาศัยกระบวนทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งวิธีอื่นๆ อีกมากมายเพื่อนำไปใช้ในการศึกษาเพื่อหาคำตอบให้กับเรื่องที่ให้ความสนใจ โดยมี ครู – อาจารย์ เป็นผู้กระตุ้นและคอยให้คำแนะนำตลอดจนให้คำปรึกษาแก่นักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนเลือกหัวข้อที่ศึกษา, วิธีค้นคว้า, ขั้นตอนดำเนินกิจกรรม, วางแผนล่วงหน้า มีการกำหนดขั้นตอนดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการทำโครงงานนี้ ทำได้ทุกระดับชั้นของสถานศึกษา โดยอาจสร้างงานรายบุคคลหรือกลุ่มก็ได้ ซึ่งต้องมีความสัมพันธ์กับลักษณะของโครงงานได้อย่างสอดคล้อง ถ้าทำคนเดียวอาจเป็นโครงการเล็กๆ ที่มีเนื้อหาไม่ยุ่งยากซับซ้อน ถ้าทำเป็นกลุ่มอาจทำโครงการใหญ่มีความยากเพิ่มมากขึ้นก็ได้
โครงการดี มีคุณภาพ จะช่วยให้ผู้อ่านเกิดความรู้-ความเข้าใจในเนื้อหาเรื่องราวที่สื่อออกไปได้อย่างถูกต้อง กระชับ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลา ให้แก่ผู้อนุมัติหรือผู้ตรวจสอบอีกด้วย เพราะใช้เวลาอ่านเพียงไม่นานก็สามารถตัดสินใจได้ อีกทั้งยังทำให้ขั้นตอนปฏิบัติงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ และยังเป็นวิธีให้เห็นแสดงถึงประสบการณ์, ศักยภาพในการทำงาน ของผู้ทำงานอีกด้วย
สรุปแล้ว โครงการ คือ ขั้นตอนทำงานอันมีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมมากมายหลากหลายกิจกรรม อีกทั้งยังเป็นการทำงาน ซึ่งต้องปฏิบัติตามวัตถุประสงค์อย่างเคร่งครัด พร้อมกำหนดระยะเวลารวมทั้งงบประมาณอันจำกัด มีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน นอกจากนี้วิธีเขียนโครงการจำเป็นต้องนำเสนอความคิดเห็นอย่างถูกต้อง มีเหตุ มีผล บ่งบอกรายละเอียดอย่างชัดเจน

ความสำคัญของโครงการมีอย่างไรบ้าง

• ช่วยให้ขั้นตอนวางแผนและขั้นตอนดำเนินงาน เป็นไปตามระบบ มีความเรียบร้อย
• ช่วยให้ขั้นตอนต่างๆ มีความสอดคล้องกับนโยบายหรือความประสงค์ของสถานศึกษาหรือหน่วยงานต่างๆ
• ทำให้ขั้นตอนดำเนินงานมีทิศทางอันชัดเจน รวมทั้งมีประสิทธิภาพออกมายอดเยี่ยม
• เป็นหลักฐานเพื่อใช้ประเมินงานที่ผ่านมา ตลอดจนเป็นแนวทางดำเนินงานครั้งต่อไปได้อย่างเป็นระเบียบ

ประโยชน์ที่ได้รับ

โครงการที่ดี จำเป็นต้องมีการเสนอความคิดเห็น อย่างถูกต้อง มีเหตุผล พร้อมเขียนรายละเอียดได้อย่างชัดเจน โดยการปฏิบัติงานนั้นจะต้องบรรลุจุดประสงค์ตามที่ตั้งไว้ได้ โครงการที่มีความถูกต้อง-ชัดเจน จะส่งผลให้เกิดประโยชน์มากมายแก่หน่วยงานหลายข้อด้วยกัน ได้แก่
• ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อ่าน ให้เขามีความเข้าใจในเนื้อหาได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน ตรงตามที่ผู้เขียนต้องการสื่อให้ผู้อ่านรับรู้
• ช่วยประหยัดเวลาแก่ผู้อนุมัติหรือผู้ตรวจตรา ใช้เวลาอ่านเพียงไม่นานก็ตัดสินใจได้ทันที
• ทำให้การปฏิบัติงานตามโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์รวมทั้งเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
• ทำให้เห็นถึงประสบการณ์การทำงานของผู้ดำเนินงาน

project

ความหมายของโครงการคืออะไร

คำว่า โครงการ คือ การดำเนินกิจกรรมอันประกอบไปด้วยแผนงาน โดยระบุรายละเอียดต่างๆไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ต้องผ่านกระบวนการคิดมาก่อนแล้ว ยกตัวอย่างเช่น วัตถุประสงค์ของโครงการ , ขอบเขตในการดำเนินโครงการ , การกำหนดระยะเวลา , งบประมาณในการดำเนินงาน รวมทั้งการประเมินผลลัพธ์ โครงการ เป็นกิจกรรมหรือแผนงาน ที่สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อการวางแผนในการดำเนินงาน รวมทั้งมีความสามารถในการนำไปปฏิบัติได้จริง อีกทั้งยังมีลักษณะกระจ่างชัดในเรื่องของจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด และแผนงานในการทำกิจการต่างๆ จำเป็นต้องมีการระบุถึงวัตถุประสงค์ตามระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้
จากขอบข่ายดังกล่าวจึงสามารถสรุปได้ว่า โครงการ คือ การดำเนินงานหรือกิจกรรม อันมีการเจาะลึกลงไปในบางเรื่อง มีการดำเนินงานในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือมีการกำหนดระยะเวลานั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการกำหนด งบประมาณ , ทรัพยากรการที่ต้องใช้ รวมทั้งมีการดำเนินงานอย่างเฉพาะเจาะจง
เมื่อริเริ่มทำโครงการ จำเป็นต้องทำให้บรรลุถึงเป้าหมายที่ได้กำหนดเอาไว้ มีรูปแบบการดำเนินงานอย่างมีระบบ ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานโครงงานบรรลุถึงเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

วิชาการ คือ วิชาความรู้อย่างถ่องแท้เจาะลึก ในศาสตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือเฉพาะสาขาใดสาขาหนึ่งอย่างเจาะจง ทั้งนี้เพื่อก่อให้เกิดความรู้แก่ผู้ที่ได้ศึกษามากที่สุด โดยวิชาการต้องเป็นสิ่งที่มีความน่าเชื่อถือ , ได้รับการยอมรับจากหลายๆฝ่าย มีความเป็นไปได้ ไม่ใช่เขียนขึ้นมาลอยๆ แบบปราศจากเหตุผล หรือไม่มีอะไรมารองรับ
จากคำนิยามในข้างต้น จึงสามารถสรุปได้ว่าเมื่อนำความหมายของ 2 คำนี้ ได้แก่ โครงการ กับ วิชาการ มารวมเข้าด้วยกันก็จะหมายความว่า การดำเนินกิจกรรมโดยมีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับวิชาการความรู้ด้านใดด้านหนึ่ง โดยได้ถูกวางแผนงานเอาไว้แล้ว ส่วนการแบ่งก็ใช้การแบ่งขนาดย่อย แตกเป็นหลายหัวข้อ และมีการระบุรายละเอียดต่างๆ เอาไว้อย่างชัดเจน เห็นเค้าโครงเป็นรูปร่าง เมื่อวางแผนกันเสร็จ ผู้จัดทำโครงการวิชาการก็ต้องเตรียมตัว ในการดำเนินการเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่คิดและจัดระเบียบเอาไว้แล้ว สุดท้ายโครงการวิชาการเหล่านี้ ต้องให้ประโยชน์แก่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการรวมถึงผู้ที่ให้ความสนใจและศึกษาในโครงการเหล่านี้ด้วยเช่นเดียวกัน
ยกตัวอย่างโครงการวิชาการในโรงเรียน

โครงการวิชาการกลุ่มภาษาไทย เช่น

• กิจกรรมวันสุนทรภู่
• กิจกรรมวันภาษาไทย
• กิจกรรมการแข่งขันทักษะทางภาษาไทยกับโรงเรียนอื่น
• กิจกรรมพัฒนาทักษะทางภาษา เป็นต้น

โครงการวิชาการกลุ่มคณิตศาสตร์ เช่น

• กิจกรรมแข่งขันตอบปัญหาทางคณิตศาสตร์ภายในโรงเรียน
• กิจกรรมเชาว์ไวไหวพริบทางปัญญา
• กิจกรรมทะยานสู่ความเป็นเลิศทางด้านวิชาคณิตศาสตร์
• กิจกรรมการแข่งขันทักษะทางคณิตศาสตร์กับโรงเรียนอื่น เป็นต้น

โครงการวิชาการกลุ่มภาษาต่างประเทศ เช่น

• กิจกรรมแข่งขันขันร้องเพลงสากล
• กิจกรรมเล่านิทาน
• กิจกรรมสะกดคำศัพท์
• กิจกรรมคัดลายมือ
• กิจกรรมการแข่งขันทักษะภาษาอังกฤษกับโรงเรียนอื่น เป็นต้น

1 2